GClub ผีสิบตัวพลิกนรกดับพาเลซต่อเวลา 2-1 ซิวแชมป์เอฟเอ

GClub

ปีศาจแดงที่แม้จะเหลือ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่กลับสามารถเป็นฝ่ายพลิกแซงชนะคริสตัล พาเลซ ได้สำเร็จ ปลดแอกคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

GClub ศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 135 ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการพบกันระหว่าง คริสตัล พาเลซ อดีตรองแชมป์เมื่อปี 1990 กับอดีตแชมป์ 11 สมัยอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อลัน พาร์ดิว กุนซือทัพปราสาทเรือนแก้ว หวังแก้ตัวจากเกมนัดชิงดำเมื่อ 26 ปีก่อนที่ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในขุนพลชุดนั้นด้วยให้ได้ โดยแม้จะมีข่าวว่า วิลเฟรด ซาฮา มีปัญหาบาดเจ็บขณะอบอุ่นร่างกายก่อนเกม แต่ก็ยังถูกส่งลงเป็นตัวจริงมาทำเกมรุกร่วมกับ ยานนิค โบลาซี และ คอนเนอร์ วิคแฮม

ด้านปีศาจแดงของ หลุยส์ ฟาน กัล มีโอกาสคว้าแชมป์รายการแรกนับตั้งแต่มาคุมทีม และถือเป็นการแก้ตัวจากการชวดโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย โดยได้ มารูยาน เฟลไลนี พ้นโทษแบนกลับมาลงเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง ส่วนแนวรุกยังนำโดยสองดาวรุ่งอย่าง อ็องโตนี มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เหมือนเดิม

เริ่มเกมมาเป็นแมนฯยูฯที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ทันที และมีโอกาสใกล้เคียงในการออกนำมากที่สุด ในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ ลองส่องไกลด้วยขวาจากระยะประมาณ 30 หลาไปแฉลบ ไมล์ เยดินัค ส่งบอลกระดอนไปโดน เวย์น เฮนเนสซีย์ พุ่งตะปบไว้ได้ ก่อนจะตามไปคว้าติดมือไม่มีพลาด

ถัดมาอีก 3 นาที พาเลซที่รูปเกมเป็นรองมีโอกาสบ้าง จากลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้ายที่ โยอัน กาบาย เปิดให้ โบลาชี โหม่งเช็ดที่เสาแรก แต่ยังโดน ดาบิด เด เฮอา ที่ยืนตำแหน่งดีปัดทิ้งข้ามคานไปได้อย่างยอดเยี่ยม

จากนั้นนาทีที่ 20 ปีศาจแดงในชุดเยือนสีขาว มีโอกาสลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แทงทะลุช่องเขข้าริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ฆวน มาต้า แต่งบอลขลุกขลิกไปโดนแนวรับดิ อีเกิ้ลส์เล็กน้อย แต่ลูกยังกระดอนมาเข้าทางกองกลางชาวสเปนเอี้ยวตัวปั่นด้วยซ้ายข้างถนัดไปติดเซฟของ เฮนเนสซีย์ ก่อนจะเป็น โจเอล วอร์ด ที่เคลียร์ทิ้งพ้นเขตอันตรายหวุดหวิด

5 นาทีต่อมา ยังเป็นอดีตแชมป์ 11 สมัยที่ครองเกมไว้ได้เหนือกว่า และเกือบจะขึ้นนำอีกหน จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ ดาลีย์ บลินด์ เปิดให้ เฟลไลนี เทกตัวโขกบอลไปโดนบริเวณหัวไหล่ของตัวเอง เฉี่ยวคานไปอย่างน่าเสียคาน

เกมยังเป็นแมนฯยูฯที่บุกได้มากกว่าแบบชัดเจน และมีโอกาสอีกรอบในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่ แรชฟอร์ด กระชากเลาะริมเส้นฝั่งขวามาแล้วไหลถวายพานให้ มาร์กซิยาล ตวัดยิงด้วยขวาเน้นๆ แต่ยังโดน วอร์ด พุ่งบล็อคทิ้งออกหลังไปหวุดหวิด ทำให้จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังก็ยังเป็นปีศาจแดงที่ครองบอลบุกเข้าใส่ทันที และมีโอกาสใกล้เคียงที่สุด ในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ วาเลนเซีย จ่ายบอลจากกราบขวาเข้ากลางให้ แรชฟอร์ด สะกิดเปลี่ยนทางต่อให้ เฟลไลนี ซัดด้วยขวาเต็มข้อ แต่ลูกพุ่งไปโดนสามเหลี่ยมอย่างน่าเสียดาย

2 นาทีต่อมา พาเลซมีโอกาสบ้าง จากลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวาที่ กาบาย เปิดเข้าไปแล้วโดน คริส สมอลลิง โขกสกัดทิ้งมาเสาสองเข้าทาง เยดินัค ได้แปด้วยขวาแบบไร้ตัวประกบ แต่โดนเหลี่ยมไม่ดี ทำให้ลูกเหินข้ามคานไปอย่างน่าผิดหวัง

จากนั้นนาทีที่ 61 แมนฯยูฯพลาดโอกาสทองในการขึ้นนำไปอีกครั้ง จากจังหวะที่ วาเลนเซีย บรรจหยอดบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ มาร์กซิยาล เทกตัวโขกเน้นๆแต่บอลก็ยังพุ่งไปชนเสาหวุดหวิด

ถัดมานาทีที่ 66 ปีศาจแดงต้องเปลี่ยนตัวสองคนรวดจากปัญหาบดาเจ็บ เริ่มจาก มาร์กอส โรโฆ ที่โดนถอดออกให้ มัตเตโอ ดาร์เมียน ลงมายืนเป็นแบ็คซ้ายแทน และ แอชลีย์ ยัง ที่ได้โอกาสลงเล่นแทน แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 72 ส่วนพาเลซก็เปลี่ยนเอา เจสัน พันเชียน ลงมาแทน กาบาย เพื่อเน้นเกมรุกมากขึ้น ในนาทีที่ 72 เช่นกัน

แต่แล้วกลับเป็นพาเลซที่บุกได้น้อยกว่า มาสามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 78 จากจังหวะที่ วอร์ด หนุนบอลเข้าไปในเขตโทษ แต่ลูกลึกเลยมาเสาไกลถึง พันเชียน จับแล้วซัดมุมแคบด้วยซ้ายข้างถนัดเข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ทัพปราสาทเรือนแก้วออกนำ 1-0

อย่างไรก็ตาม แมนฯยูก็มาตามตีเสมอได้แบบทันควัน ในอีก 3 นาถัดมา จากจังหวะที่ รูนีย์ เลี้ยงฝ่าแนวรับพาเลซไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ เฟลไลนี พักอกต่อให้ มาต้า ซัดด้วยซ้ายแฉลบตัวคุมเส้นอย่าง วอร์ด เข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 ก่อนจะจบ 90 นาทีด้วยผลนี้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 105 กลายเป็นปีศาจแดงที่ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ คริส สมอลลิง ไปพลาดโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกไป ก่อนจะจบช่วง 15 นาทีแรกด้วยสกอร์ 1-1 เท่าเดิม

ครึ่งหลังแม้อดีตแชมป์ 11 สมัยจะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่กลับเป็นฝ่ายสังหารประตูขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 110 จากจังหวะที่ วาเลนเซีย เปิดบอลจากฝั่งขวาไปโดน ดาเมียน เดลานีย์ สกัดมาเข้าทางตัวสำรองคนสุดท้ายอย่าง เจสเซ ลินการ์ด วอลเลย์แบบผีจับยัดด้วยขวาเข้าไปแบบตาข่ายแทบขาด ส่งให้ปีศาจแดงแซงนำ 2-1

หลังจากนั้นแม้ว่า 11 คนของพาเลซจะพยายามบุกหนักเพื่อหวังตีเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้สุดท้ายจบเกม 120 นาทีเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ชนะไปแบบสุดระทึก 2-1 คว้าแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 12 ได้สำเร็จ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 อีกด้วย